คลังเก็บหมวดหมู่: อาหารเหนือ

แกงฮังเล

ส่วนผสมสำหรับทำแกงฮังเล

  • เนื้อขาหมู 1 กิโลกรัม
  • น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต้ะ
  • ผงฮังเล 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • ขิงซอย 3 ช้อนโต้ะ
  • หัวหอมซอย 3 ช้อนโต้ะ
  • กระเทียมบด 2 ช้อน
  • น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 1 ถ้วย
  • น้ำซุป 4 ถ้วย
  • กระท้อนเปรี้ยวสับ 1 ถ้วย

วิธีทำแกงฮังเล

  1. หมักขาหมูด้วย พริกแกงเผ็ด ผงฮังเล ซีอิ้วดำ ซีอิ้วขาว น้ำปลา และ เกลือ หมักสัก 1 ชั่วโมง
  2. ตั้งหม้อนำน้ำซุปลงไปต้ม ใส่กะท้อนสับลงไป ตามด้วย น้ำตาล หัวหอม ขิง และ กระเทียม จากนั้นนำขาหมูลงไปต้ม
  3. เคี่ยวจนเนื้อนิ่มเปื่อย เสริฟใส่ชาม กับข้าวง่ายๆ เมนูเหนือ อาหารไทย ง่ายๆ

เคล็ดลับการทำแกงฮังเล

  • ขาหมู ให้เลือกใช้ ขาหมูที่สดๆ การสังเกตุขาหมูที่สด นั้น ให้เลือกจาก ลักษณะของขาหมูที่สมบูรณ์ เนื้อแน่น ไม่ม่กลิ่นเหม็นเน่า
  • การเตรียมขาหมู นั้น ขาหมูจะมีขนมาก เคล็ดลับการเตรียมอาหาร ให้ นำไปเผาให้ขนออกหมด จากนั้น ใช้มีกโกนขูดหนังหมู ให้เรียบ ไม่มีขนหมู ขนหมูแข็ง เวลากิน จะไม่อร่อย เสียอรรถรส สำหรับเมนูขาหมู
  • การหมักขาหมู เป็น ส่วนสำคัญของเมนูแกงฮังเล ผงฮังเล นำมาหมัก กับ น้ำปลา เกลือ ซีอิ้วขาว และ ซิอิ้วดำ นวดให้ส่วนผสมเข้าเนื้อ หมักไว้ 1 ชั่วโมง ให้ส่วนผสมเข้าเนื้อ
  • เมนูนี้ ต้องเคี้ยวจะหมูนุ่ม หนังนุ่ม น้ำตุ๋นจะเข้มข้น อร่อยมาก

พูดถึงเมนูหมู คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ” หมู ” เป็นพื้นฐานของ อาหารจานหลัก ที่ใครหลายๆคน ชอบ บางที่ ขาหมูนุ่ม มากแต่ก็หวานมาก เค็มมาก บางที่ ขาหมูรสอร่อย แต่เนื้อหมูกระด้างมาก

ทำยำจิ้นไก่

ส่วนผสมสำหรับทำยำจิ้นไก่

  • เนื้อไก่ ฉีกเป็นชิ้น 1 ถ้วย
  • เห็ดฟาง 1 ถ้วย
  • หัวปลีหั่น 1 ถ้วย
  • ข่า ซอย 1 ช้อนชา
  • ตะไคร้ ซอย 2 ช้อนโต้ะ
  • หอมแดง ซอย 3 ช้อนโต้ะ
  • กระเทียม 2 หัว
  • พริกแห้ง 5 เม็ด
  • ผักชี ต้นหอม ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุปไก่ 3 ถ้วย

วิธีทำยำจิ้นไก่

  1. เตรียมครก โขลก ข่า ตะไคร้ หอมแดง กระเทียม และ พริกแห้ง ให้ละเอียด
  2. ต้มน้ำซุปไก่ และนำ เครื่องแกง ลงไปผสม จากนั้นนำ หัวปลี เห็ด และ เนื้อไก่ ลงไปต้ม
  3. เสริฟใส่ถ้วย โรยด้วย ต้นหอม ผักชี กับข้าวง่ายๆ เมนูยำ

เคล็ดลับการทำยำจิ้นไก่

  • เนื้อไก่ สำหรับ เมนูนี้ เลือกใช้ เนื้ออกไก่ นำไปต้ม และ ฉีกเป็นชิ้น พอดีคำ การต้มไก่ นั้น เคล็ดลับอยู่ที่ ไม่ต้มไก่ ให้สุกเกินไป และ เลือกไก่ ที่มีตัวขนาด 7 ขีด เป็น ไก่สาว เนื้อจะอร่อย
  • แกงสำหรับนำมาทำ ยำจิ้นไก่ ให้ใช้ น้ำซุปโครงไก่ น้ำซุปโครงไก่ มีรสหวาน เหมาะสำหรับนำมาทำ ยำจิ้นไก่อร่อยๆ
  • เครื่องแกง สำหรับผสมในน้ำแกง มีความสำคัญ ของอาหารเหนือ ให้นำ หอมแดง กระเทียม ไปคั่วในกระทะ ให้มีกลิ่นหอม เวลานำไปโขรกจะให้รสชาติที่พอดี

แกงขนุนใส่ซี่โครงหมู

ส่วนผสมสำหรับทำแกงขนุนใส่ซี่โครงหมู

  • ซี่โครงหมูอ่อน 1 ถ้วย
  • เนื้อขนุนอ่อน หั่นเป็นชิ้น 1 ถ้วย
  • ยอดชะอมอ่อน ครึ่งถ้วย
  • มะเขือเทศ ผ่าครึ่ง ครึ่งถ้วย
  • ผักชีฝรั่งซอยหยาบ 5 ช้อนโต้ะ
  • ใบชะพลูซอย 5 ช้อนโต้ะ
  • พริกแห้ง 4 เม็ด
  • หอมแดง 3 หัว
  • กระเทียม 2 หัว
  • กะปิ 3 ช้อนชา
  • ปลาร้าสับ 2 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 2 ถ้วย

วิธีทำแกงขนุนใส่ซี่โครงหมู

  1. เตรียมเครื่องแกงโดย โขลก พริกแห้ง หอมแดง กระเทียม กะปิ และ ปลาร้า ให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
  2. ต้มน้ำให้เดือน นำเครื่องแกงลงไปต้ม และใส่ซี่โครงหมูลงไปให้สุก
  3. ใส่มะเขือลงไป ผักชีฝรั่ง ยอดชะอม และใบชะพลู ต้มจนสุกและเสริฟใส่ชามพร้อมรับประทาน กับข้าวง่ายๆ

ขนุน ชาวเหนือ เรียกว่า บะหนุน หรือ บ่าหนุน ซึ่งขนุนสามารรับประทานได้ตั้งแต่ ยอดอ่อน โดยใบอ่อน ของขนุนสามรถนำมาทำเป็นผักสด จิ้มน้ำพริก สำหรับ แกงขนุน จะใช้ ลูกขนุนอ่อน ซึ่งสามารถนำมาทำแกงขนุนใส่ซี่โครงหมู เป็น สูตรอาหาร เมนูหมู กับ น้ำพริกแกง และ มะเขือส้ม ใช้ขนุนอ่อน ต้มพอสุก นำซี่โครงหมูคลุกกับพริกสดโขลกกับข้าวเบือพอแหลก ใส่น้ำใบย่านาง น้ำปลาร้า น้ำปลา เกลือ ตั้งไฟพอเดือด ใส่ขนุน บวบ ชะอม ใบแมงลัก

เคล็ดลับการทำแกงขนุนซี่โครงหมู

  • ซี่โครงหมูให้สับขนาดพอดี ไม่เล็กหรือยาวเกินไป โดยต้องใช้ซี่โครงหมูที่สดใหม่ วันต่อวัน จะได้เนื้อสดที่อร่อย
  • เวลาสับซี่โครงหมูจะมีเศษกระดูกแตกปน ต้องล้างให้สะอาด อย่าให้มีเศษกระดูกมากวนใจ ทำให้เสียรสของอาหาร
  • ขนุน เราเลือกใช้ ขนุนผลอ่อน มาทำแกง เนื่องจากเนื้อมีรสฝาก ไม่หวานเหมือนขนุนสุก ซึ่งในขนุนจะมียาง ซึ่งต้องแช่น้ำก่อน ให้ยางมันคลายตัว
  • การเตรียมพริกแกง สำหรับ ปรุงรส แกงขนุน นั้น ให้นำ หอมแดง และ กระเทียม ไปคั่วให้หอม เมื่อหอมแดง และ กระเทียม โดนความร้อน จะให้รสหวาน
  • กระเทียม สำหรับ นำมาทำแกงขนุน นั้น ให้เลือกใช้ กระเทียมไทย เนื่องจากกระเทียมไทย จะมีกลิ่นหอม เหมาะสำหรับนำมาทำแกงเหนือ

แกงแคไก่

ส่วนผสมสำหรับทำแกงแคไก่

  • เนื้อไก่ หั้นให้พอคำ 1 ตัว
  • น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักตำลึง 2 ถ้วย
  • มะพร้าวอ่อน ซอย 1 ถ้วย
  • ผักเผ็ด 1 ถ้วย
  • ใบชะอม 1 ถ้วย
  • ถั่วพู ครึ่งถ้วย
  • ถั่วฝักยาว ซอยหยาบ ครึ่งถ้วย
  • มะเขือพวง ครึ่งถ้วย
  • มะเขือกรอบ ครึ่งถ้วย
  • ใบชะพลู หั่นหยาบ ครึ่งถ้วย
  • ผักชีฝรั่ง หั่นหยาบ ครึ่งถ้วย
  • ผักขี้หูด ครึ่งถ้วย
  • เห็ดลม หั่นหยาบ 5 ช้อนโต้ะ
  • น้ำซุป 3 ถ้วย
  • เครื่องแกง ( พริกแห้ง 4 เม็ด ข่าหั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ หอมแดง 4 หัว กระเทียม 2 หัว กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ รากผักชี 1 ช้อนชา ปลาร้าสับ 2 ช้อนโต๊ะ )

วิธีทำแกงแคไก่

  1. เตรียมเครื่องแกงโดย โขลกส่วนผสมเครื่องแกงทั้งหมดให้ละเอียดเข้ากัน จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อนนำไก่และเครื่องแกงที่เตรียมไว้ลงไปผัดให้สุกหอม
  2. จากนั้นเติมน้ำซุปลงไปต้มต่อ ตามด้วยผักที่เตรียมไว้ทั้งหมด ประกอบด้วย ผักตำลึง มะพร้าวอ่อน ผักเผ็ด ถั่วพู ถั่วฝักยาว มะเขือพวง มะเขือกรอบ ใบชะพลลู ผักชีฝรั่ง ผักขั้หูด เห็ดลม
  3. ชิมรสตามใจชอบ เสริฟใส่จาน แกงแคไก่ แกงแค วิธีทําแกงแคไก่ เมนูอาหารเหนือ วิธีทำแกงแค สูตรแกงแค วิธีทําแกงแค คั่วแคไก่

เคล็ดลับการทำแกงแคไก่

  • เนื้อไก่ เลือก ไก่ที่สดๆ โดยการสังเกตุเนื้อไก่ที่สด จากคามสมบูรร์ของเนื้อไก่ สีของไก่ เนื้อไก่แน่น ตึง ไม่มีกลิ่นเน่า
  • ใบมะกรูดนั้น แกนใบจะมีรสขม ให้ฉีกแกนใบออก
  • การผัดพริกแกง นั้น ต้องผัดให้พริกแกงสุก โดยการสังเกตุว่าพริกแกงสุกนั้น ให้สังเกตุจากกลิ่นของพริกแกงให้ความหอม

น้ำพริกอ่องปลากระป๋อง

ส่วนผสมสำหรับทำน้ำพริกอ่องปลากระป๋อง

เนื้อปลากระป๋อง 1 กระป๋อง ( นำมาสับและเอาพร้อมกับน้ำซอสด้วย )
พริกแห้งเม็ดใหญ่ 5 เม็ด ( แช่น้ำและเอาแต่เปลือก )
หอมหัวแดง 4 หัว ( นำไปเผาไฟให้หอม )
กระเทียม 2 หัว ( นำไปเผาไฟให้หอม )
รากผักชี บดละเอียด 2 ช้อนโต้ะ
กะปิ 1 ช้อนชา ( นำมาห่อใบตองและเผาไฟให้หอม )
เกลือ 1 ช้อนชา
มะเขือเทศผ่าครึ่ง 4 – 5 ผล
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
ใบต้นหอมซอย 1 ช้อนชา
ผักสด สำหรับทานกับน้ำพริก เช่น แตงกวา ผักสลัด มะเขือ เป็นต้น
วิธีทำน้ำพริกอ่องปลากระป๋อง

เตรียมครก จากนั้นนำ พริกแห้ง เกลือ หอมแดง กระเทียม รากผักชีบด และ กะปิ ลงไปโขรกให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อนนำส่วนผสมที่โขรกไว้ลงไปผัดในกระทะร่วมกับ เนื้อปลากระป๋อง และ น้ำซอสปลากระป๋อง
ปรุงรสด้วย น้ำตาล น้ำปลา และนำ มะเขือเทศ ลงไปผัดให้เข้ากัน
เสริฟ น้ำพริกอ่องปลากระป๋อง ทานร่วมกับผักสด น้ำพริกอ่อง
เคล็ดลับการทำน้ำพริกอ่องปลากระป๋อง

การนำ หอมแดง กระเทียม และ พริกลงไปคั่วให้หอม เป็น เคล็ดลับการทำอาหาร การที่ กระเทียม หอมแดง และ พริก โดนความร้อน จะทำให้มีรสหวานมากขึ้น
น้ำตาล สำหรับ นำมาทำน้ำพริก ให้เลือกใช้ น้ำตาลปี๊บ เนื่องจากความหวานของน้ำตาลปีีบ เหมาะสำหรับนำมาทำน้ำพริก
มะเขือเทศ สำหรับนำมา ทำน้ำพริกอ่อง เคล็ดลับ ให้ลือกใช้ มะเขือ 2 สี คือ มะเขือเทศสีเขียว กับ มะเขือเทศสีแดง รสชาติจะได้รสชาติิที่ หวาน เปรี้ยว อร่อย ตามแบบฉบับ น้ำพริกเมืองเหนือ
กระเทียม สำหรับทำน้ำพริกอ่อง นั้น ให้เลือกใช้ กระเทียมไทย เนื่องจาก คุณสมบัติของกระเทียมไทย คือ หอม ให้กลิ่นและรสชาติที่ดี กว่ากระเทียมจีน ที่เม็ดใหญ่ และกลิ่นไม่แรง
การนำกะปิไปย่าง เพื่อให้ กะปิมีกลิ่นหอม และ สุก ซึ่งเคล็ดลับหนึ่งของ การนำกะปิไปย่าง ทำให้ อาหารเน่าเสียยากขึ้น

ข้าวผัดหมูลิ้นจี่

ส่วนผสมสำหรับทำข้าวผัดหมูลิ้นจี่

  • ข้าวหุงสุก 1 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • เนื้อลิ้นจี่สด 3 ลูก
  • หมูสด หั่นเป็นชื้นพอคำ 4 ช้อนโต้ะ
  • กระเทียม บด 1 ช้อนชา
  • ต้นหอม ซอย 1 ช้อนโต้ะ
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
  • พริกน้ำปลา 1 ถ้วย
  • แตงกวา ต้นหอม และ มะเขือ สำหรับ เป็นเครื่องเคียง ทานกับ ข้าวผัด

วิธีทำข้าวผัดหมูลิ้นจี่

  1. นำ ข้าว ไปแช่ตู้เย็น ให้ข้าวเย็นจับตัวเป็นเม็ดก่อน 15 นาที
  2. ตั้งกระทะน้ำมัน ให้ร้อน จากนั้นใส่ กระเทียม ไข่ไก่ และ หมู ลงไปผัด พอหมูสุก และไข่สุก ก็ใส่ข้าวลงไปผัด
  3. ปรุงรสด้วย ซอสปรุงรส และ น้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน ใส่ ต้นหอม และ ลิ้นจี่ ลงไปผัด
  4. เสริฟข้าวผัดหมูลิ้นจี้  ทานคู่กับ แตงกวา ต้นหอม มะเขือ และ พริกน้ำปลา กับข้าวง่ายๆ เมนูหมู

ผลไม้ ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก อย่างหนึ่ง คือ ลิ้นจี่ ลิ้นจี่ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Lychee  ส่วน ชื่อวิทยาศาสตร์ของลิ้นจี่ คือ Litchi chinensis Sonn ลิ้นจี่ จะให้ผลผลิต และออกมาสู่ท้องตลาดจำนวนมาก ในช่วงเดือน 7 ถึง 11 ของทุกปี นั้นก็คือ เดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน นั้นเอง ลิ้นจี่ นั้นเข้ามาแพร่หลายในประเทศไทยก็ช่วงรัตนโกสินทร์ เข้ามาพร้อมกับชาวจีน ลิ้นจี่ จึง มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศจีน ประเทศไทยมี การปลูกลิ้นจี่ จำนวนมากในภาคเหนือของประเทศไทย เนื่องจากมีภูมิอากาศและภูมิประเทศที่ เหมาะสมกับการปลูกลิ้นจี่ นั้นเอง